กุญแจทองคล้องหัวใจบนเขาง้อไบ๊
posted on 09 Nov 2007 14:02 by heartwarmersเฉินตู-เล่อซาน-ง้อไบ๊-จิ่วจ้ายโกว
วันที่ 21-28 ตุลาคม 2550
คชสารบนเขาง้อไบ๊ (หมอกหนามากทำให้ภาพไม่ชัดนัก)
ถ้าต้องการอ่านบล็อกนี้เพื่อเป็นข้อมูลในการท่องเที่ยวเมืองจีน
อ ย่ า อ่ า น !!!
เพราะคุณจะไม่ได้อะไรติดปลายสมองกลับไปแม้แต่น้อย
เราเตือนคุณแล้วนะ!
.
.
‘ความทรงจำ' ระหว่างการเดินทาง
ถูกฉันเคาะออกจากสมองเอามากองรวมกัน
แล้วสุ่มจับขึ้นมาบันทึกเป็นตัวหนังสือหลายตอนต่อไปนี้
(กำหนดตายตัวไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าต่อมขยันจะฝ่อปุ๊บปั๊บรึเปล่า หุหุ)
อาจมั่วอยู่สักหน่อย และเรียงลำดับความอะไรไม่ได้
แถมยังไม่ครบถ้วนอีกต่างหาก ตามนิสัยคนเขียน (ฮา...)
ใครที่อยากย่ำตามรอยเท้าฉันท่องเที่ยว
แนะนำให้พกยาพาราฯ ติดตัวไว้หนึ่งกำมือ
เพราะสถานที่ และข้อมูลต่างๆ ต่อไปนี้
จะถูกบ้าง, ผิดบ้าง, มั่ว(เยอะ)บ้าง
และถูกสลับสับวันตามใจชอบ (ของฉันคนเดียว)
ฉะนั้น, ฉันจะพยายามให้ข้อมูลน้อยๆ ละกัน
(ที่จริงไม่มีข้อมูลอะไรเลยมากกว่า
เพราะยังไงฉันก็จำสิ่งที่ไกด์บอกไม่ได้อยู่แล้ว ^O^)
ซึ่งฉันจะได้มั่นใจว่า ใครที่เผลอจดจำ (สิ่งผิดๆ)
ที่ฉันบันทึกไว้ในบล็อกนี้ มันจะมีไม่มาก
จนฉันทำให้รู้สึกผิด ^____^
.
.
รถบัสเคลื่อนตัวออกนอกเมือง
‘ณ' หนังสือของ ‘นิ้วกลม' นักเขียนคนโปรด
ที่ฉันหอบหิ้วมาจากเมืองไทยนอนนิ่งอยู่บนตัก
ด้วยเพราะสิ่งที่อยู่ข้างทางดึงดูดสายตาฉันได้มากกว่า
ป้ายบอกระยะทางเริ่มต้น "0 m."
ล้อหมุนไปวื้ดเดียวก็เจอป้าย "50 m."
หายใจสองพรวดก็เห็นป้าย "100 m."
ทำให้ฉันรีบเกร็งก้นรอต้อนรับป้ายต่อไปทันที !
...........
................
แป่ว !!! สิ้นสุดการบอกระยะทางแล้วค่ะ
แต่พอหันไปเม้าท์กับเพื่อนร่วมทริปได้ไม่กี่ประโยค(ยาวๆ)
หันกลับมาอีกที สายตาก็ปะทะกับป้าย "0 m." อีกแล้วครับท่าน!
ตามด้วยป้ายที่ 50 m., 100 m. แล้วก็จบ
ทุกอย่างเหมือนเดิมเป๊ะ!
ตั้งใจจะถามไกด์ แต่ก็ดันพาความสงสัยนี้กลับมาเมืองไทยด้วย
ใครรู้ช่วยบอกที
ป้าย "0 m." เริ่มต้นอย่างไร ?
และทำไมป้ายถึงบอกระยะทางสั้นจุ๊ดขนาดนี้
จะว่าขี้เกียจก็ไม่น่าใช่ เพราะขยันปักป้ายชุดนี้อยู่เป็นหย่อมๆ
(หย่อมถี่ๆ ห่างๆ อย่างไร, อะไรเป็นตัวกำหนด -- ข้อยบ่ฮู้...)
ป้ายบอกเส้นทางไปสถานที่ต่างๆ บนถนนใหญ่ของประเทศจีน
กิ๋มกิ๊วถูกใจฉันมาก เพราะนอกจากจะมีตัวหนังสือ
ที่เป็นหลักสากลนิยมแล้ว ยังมีรูปสถานที่นั้นๆ
แปะประกอบยั่วใจนักท่องเที่ยวอยู่ด้วย
.
.
"เอ๋อเหมยซาน"
(-_-?) เควสชั่นมาร์คพุ่งขึ้นหน้าเลยอะดิ๊ !
แต่ถ้าบอกว่า "ง้อไบ๊"
ร้องอ๋ออออออ...น้ำลายยืดกันเป็นแถว
เป็นสถานที่แรกที่ไกด์เอเลือกให้พวกเราไปสัมผัส แตะ เหยียบ
[โปรแกรมการท่องเที่ยวที่บริษัททัวร์ "นั่งเทียนเขียน"
เอ่อ...คำนี้ไกด์เอพูดนะ...ข้าพเจ้าแค่จำขี้ปากเค้ามาอีกที ^O^
แจกให้ก่อนเดินทาง ถูกฉีกทิ้งไปตั้งแต่คืนแรก
เพราะหากเดินทางตามรายการนั้น มีหวังลูกทัวร์สะบักสะบอม
งอมพระลักษณ์ พระราม สีดา (อุ้ย! พิมพ์เพลินไปหน่อย แฮะๆ)
- - อันนี้เราต้องเชื่อไกด์เอผู้มีประสบการณ์ซู้งงงงงงง...]
ไกด์เอพยายามให้ข้อมูลสถานที่ แต่ไม่ค่อยมีใครยอมฟัง (น่าฉงฉานจางเยย)
ระหว่างการเดินทางเวียนวนอยู่บนเขาหลายร้อยโค้ง
(มึนอยู่บนรถบัสใหญ่ 1 ชม.และเมาต่อบนรถบัสเล็กอีก 2 ชม.
ตอนนี้พวกเราถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม เพื่อเดินทางขึ้นเขาง้อไบ๊)
ไกด์เอกับไกด์โบว์เล่าถึงประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวของจีน
ซึ่งเหลือติดติ่งสมองกลับมาได้แค่ว่า
สุสานซีอาน เป็นสุสานที่ใหญ่ที่สุด
สุลานเล่าปี่ เป็นสุสานฮ่องเต้เล็กที่สุด
และรถบัสของเราแล่นข้ามแม่น้ำหมิงเจียง (เขียนถูกรึเปล่าหว่า...)
นอกนั้น @_@ บลาๆๆๆๆ (เหอ...เหอ เราเตือนท่านแล้ว)
ไกด์เอเล่านู้น-นั่น-นี่ จากประสบการณ์ 10 ปีในอาชีพไกด์
และเริ่มปล่อยมุก สลับกับการแซวลูกทัวร์
เรียกเสียงฮาครืนกันทั้งคันรถ
รวมทั้งปฏิบัติการแทรกตัวกลมกลืนไปกับทุกกลุ่ม
เป็นนินจาตัวใหญ่ที่มองเมื่อไหร่ก็เห็นให้อุ่นใจ
ใบหน้าโหดที่เก๊กไว้ตั้งแต่ทีแรกเริ่มคลายตัวลงช้าๆ
เกรดที่ฉันเคยให้ "0" ก็แอบกระดิกตัวขยับสูงขึ้น
.
คนบางคน...สิ่งที่เห็นกับสิ่งที่เป็น
อาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
เราต้องรอเวลาให้ ‘เปลือก' ถูกกระเทาะ
เพื่อจะมองเห็น ‘เนื้อใน' ของคนคนนั้น
.
ป้ายข้างทางที่ติดอยู่เป็นระยะตลอดเส้นทางขึ้นเขาง้อไบ้
เป็นรูปลิงแสนน่ารัก ซึ่งฉันไม่รู้ว่ามันมีอะไรเกี่ยวโยงกับสถานที่หรือเปล่า
พยายามสอดส่ายสายตาปรือๆ ของตัวเองมองหา
แต่ก็ไม่เห็นลิงจอมซนสักตัว
นอกจากลิงสีสวยที่เกาะบั้นท้ายขาวๆ ของสาวบนรถ
(ฉันเปล่าลามกน้า...^O^)
โฮะๆ มารู้ทีหลังว่า ป้ายนั้นแจ้งเตือนให้ระวังลิงทะเล้น
จะโผล่มาโบกรถเล่นข้างทาง ซึ่งก็มีจริงๆ เพื่อนร่วมทริปหลายคนเห็นกับตา
แต่ทำไม??? ช้านนนน...ม่ายยยยย...เห็นนนนนนน...
(น้อยใจลิงนะเนี่ย)
ที่เห็นเป็นสายยาวอยู่เหนือหลังคาวัด คือกระเช้าลอยฟ้านะจ๊ะ ไม่ใช่ราวไฟประดับวัด
เขาง้อไบ้มีจุดชมวิวบนยอดเขาชื่อ จินติ่ง หรือ วัดหัวจ้าง
ที่เราต้องขึ้นกระเช้าลอยฟ้าผ่านหมอกหนาทึบมองแทบไม่เห็นอะไร
(ราคา 40 หยวน / บรรทุกคนได้เที่ยวละ 100 คน)
ซึ่งถือเป็น 1 ใน 4 พุทธคีรีที่สำคัญของประเทศจีน
ฉันตะลึงมองขุนเขาและตำหนักเงินเหนือชั้นเมฆ
สวยงามราวกับอยู่ในความฝัน
เพราะฉากนี้เต็มไปด้วยละลองหมอกสีขาวน่ะสิ (ฮา...)
มี Snowman หน้าตามอมแมมหนึ่งตัว
และกองหิมะประทับรอยเท้าอีกหนึ่งหย่อม

ป้ายชี้ทาง 3 ภาษา หนึ่งในนั้นก็คือภาษาไทย ไกด์เอแกล้งอำว่า
เพราะคนไทยมีหุ้นอยู่ 30% เหอๆ มีคนหลวมตัวเชื่อด้วย !!!
คู่รักนักท่องเที่ยวหลายร้อยคู่เชื่อว่า
หากคล้องกุญแจสีทองไว้ ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้
หัวใจของพวกเขาจะถูกล็อกอยู่ด้วยกัน...นิรันดร์
ฉันจึงเห็นแม่กุญแจที่ลูกถูกปาทิ้งลงหุบเขา
คล้องต่อกันเป็นสายยาวอยู่ข้างราวบันได
เหนือความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,077 เมตร
โรแมนติกชะมัด!

#1 By eeddy(อี๊ด) on 2007-11-09 19:07